> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
    .... นับเนื่องจากอดีต 
    .... แผ่นดินพ่อขุนรามฯ 
    .... ธรรมเนียมประเพณี 
    .... เจริญรุ่งเรือง 
    .... ประติมากรรม 
    .... จิตรกรรม 
    .... พิพิธภัณฑสถานฯ 
    .... พระบรมราชานุสาวรีย์ 
    .... พระบรมรูป 
    .... อุทยานแห่งชาติรามฯ 
    .... วันพ่อขุนรามฯ 
    .... มรดกโลก 
    .... มรดกความทรงจำโลก 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
 > ปกิณกะ
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

นับเนื่องจากอดีต

          เนื่องจากคนไทยนั้นมีอุปนิสัยทำมาหากิน และรักสงบ อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่รุกราน จึงทำให้มีการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่เป็นหย่อมๆ ตามพื้นที่ทำกิน ไม่ได้รวมตัวกันเพื่อสะสมอาวุธหรือฝึกการรบ  ผ่านรัชสมัยพระร่วงโรจนฤทธิ์ไปประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ปี คนไทยมีความอ่อนแอลง ในขณะที่ฝ่ายขอมนั้นเรืองอำนาจและแข็งแกร่ง แต่เป็นชนชาติที่มีนิสัยใจคอโหดร้ายทารุณ พวกขอมได้เข้ามายึดแผ่นดินอีกครั้ง ปล้นสะดม ข่มเหงรังแกคนไทยและให้ไทยเป็นทาส คนไทยนั้นได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก  การที่จะรวบรวมคนไทยทั้งหลายที่กระจัดกระจายให้มาอยู่รวมกันเป็นปึกแผ่น และตั้งตนเป็นเอกราช มีอิสระไม่เป็นเมืองขึ้นของพวกขอมจึงเป็นการยาก แต่ทั้งนี้ก็สามารถทำการสำเร็จได้ด้วยเหตุผลหลายประการ 

รวบรวมคนไทยให้รักความสามัคคี สองบุรุษผู้อยู่เบื้องหลัง 

          พ่อขุนศรีเมืองมาน และพ่อขุนน้าวนำถม ทั้งสองพระองค์ทรงทำงานร่วมกัน ให้พ่อขุนน้าวนำถมแสดงเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมต่อขอม ส่งส่วยให้ขอมตามปกติ  พ่อขุนศรีเมืองมานท่านทรงทำหน้าที่สอนให้ประชาชนรู้รักความสามัคคี ขึ้นชื่อว่าไทยด้วยกัน อย่าโกงกัน อย่าข่มเหงกัน อย่าทำลายกัน ท่านสอนให้ฝึกอาวุธ หาแหล่งทรัพยากร สอนวิธีขุดร่อนทอง ทำให้คนไทยมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ขณะนั้นแม้ว่าจะพร้อมรบเพื่อปลดปล่อย แต่ท่านทั้งสองก็มีอายุมากจึงสืบทอดเจตนารมณ์ให้ลูกหลาน คือ พ่อขุนผาเมืองกับพ่อขุนบางกลางท่าว

          ในเวลานั้นพ่อขุนศรีเมืองมานอายุได้ประมาณ ๓๐-๔๐ ปี พระชายาของท่านได้สิ้นพระชนม์ ท่านจึงออกบวช มอบหน้าที่ทางฝ่ายฆราวาสให้พ่อขุนน้าวนำถมเป็นผู้ดูแล  ส่วนท่านเป็นพระภิกษุก็ได้ตั้งโรงเรียนขึ้น เพื่อสอนในเรื่องการรบ การปกครอง การเศรษฐกิจ การคลัง สอนให้เด็กรู้จักความสามัคคี รักในธรรม ประพฤติในธรรม   หลังจากนั้นท่านได้ออกธุดงค์ลงไปจนถึงนครศรีธรรมราช เพราะท่านทราบว่าคนไทยนั้นกระจัดกระจายอยู่มาก  เป็นเพราะท่านเป็นคนเก่ง ใครอยากได้คาถาอาคม ค้าขาย คงกระพัน เมตตามหานิยม หรืออื่นๆ ก็มาทำบุญตักบาตรกันเป็นกลุ่มๆ  ท่านก็สอนและปลุกระดมไปในตัว ให้คนไทยเหล่านั้นรู้จักว่า "เราเป็นคนไทยนะ คนไทยด้วยกันต้องสามัคคีกัน ต่อไปจะต้องเป็นเอกราช ไม่เป็นทาสขอม ให้ทุกคนกลมเกลียวกันไว้ ฝึกปรือการรบไว้ ด้านทำมาหากิน เศรษฐกิจต่างๆ ได้มามากก็เก็บไว้ เพราะยามสงครามต้องใช้สอยมาก จะไม่ลำบาก"    ท่านเดินทางธุดงค์แบบนี้ไปจนถึงสิงคโปร์ ใช้เวลาเป็นปีๆ เมื่อกลับมาอีกครั้ง คนไทยดีขึ้นมาก  ท่านจึงมอบงานให้ลูกหลานคือพ่อขุนบางกลางท่าวกับพ่อขุนผาเมืองว่า "งานเสร็จแล้ว ลงมือได้"   การรบเพื่อเอาดินแดนและความเป็นเอกราชคืนจึงเกิดขึ้น    

          นับแต่นั้นก็เกิดเป็นราชอาณาจักรสุโขทัย ครองราชย์โดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์  หลังภารกิจท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดต้นจันทน์ ในป่าลึกและมรณภาพที่นั่น ขณะนั้นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์อยู่วัยชราภาพ 

รัชกาลที่ ๑ แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย แผ่นดินพ่อขุนศรีอินทราทิตย์

          ราชอาณาจักรสุโขทัยอยู่ระหว่างการก่อร่างสร้างตัว และผนึกกำลังให้เข้มแข็ง  ในแผ่นดินพ่อขุนศรีอินทราทิตย์นี้ยังมีการรบอยู่มาก เนื่องจากเพิ่งจะรบชนะขอมมาไม่นาน บ้านเมืองและไพร่พลก็อ่อนล้า อยู่ระหว่างพักฟื้น  เมืองใกล้เคียงเช่นเมืองตาก ก็ถือโอกาสเข้าตีหวังที่จะยึดครอง แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทำให้การศึกในคราวนั้นไทยเป็นฝ่ายชนะ 


ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง