> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
    .... แบบหนังสือไทย 
    .... กำเนิดแบบอักษรไทย 
    .... ทรงเห็นการณ์ไกล 
    .... วรรณคดีอันทรงคุณค่า 
    .... เรื่องราวในวรรณคดี 
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
 > ปกิณกะ
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

วรรณคดีอันทรงคุณค่า

          ศิลาจารึกจัดว่าเป็นวรรณคดีที่สำคัญประเภทหนึ่ง ที่มีประโยชน์ในด้านการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ตลอดจนวิชาอักษรศาสตร์ วัฒนธรรม และอื่นๆ   ศิลาจารึกที่มีผู้นำมาเป็นหลักฐานหลักได้ มีทั้งสิ้น ๒๘ หลัก  และคงไม่มีผู้ใดปฏิเสธหากจะกล่าวว่าศิลาจารึกหลักที่ ๑ ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่เป็นต้นแบบแห่งอักษรไทยนั้น จะจัดเข้าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งทางด้านวรรณกรรม เป็นวรรณคดีชิ้นแรกของสุโขทัย เท่าที่เราจะสามารถหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์มายืนยันได้     ในที่นี้เราจะกล่าวถึงแต่เฉพาะศิลาจารึกหลักที่ ๑ ในด้านความมีคุณค่าทางวรรณคดีเท่านั้น 

          สิ่งที่ทำให้เราเห็นว่าเป็นวรรณคดี คือ

  • ใช้คำกะทัดรัด สละสลวย   เช่น
              -  กูไปตีหนังวังช้าง    (ไปคล้องช้าง) 
              -  บ่เข้าผู้ลักมักผู้ซ่อน    (ไม่เข้ากับคนผิด) 
     
  • เน้นคำได้กระชับ เช่น
              -  เจ็บท้องข้องใจ
              -  ได้ข้าเสือกข้าเสือ หัวพุ่งหัวรบก็ดี บ่ฆ่าบ่ตี  
              -  พ่อขุนรามคำแหงนั้นหาเป็นท้าวเป็นพระยาแก่ไทยทั้งหลาย หาเป็นครูอาจารย์สั่งสอนไทยทั้งหลาย ให้รู้บุญรู้แท้
                 แต่คนอันมีเมืองไทยด้วยรู้หลวก ด้วยแกล้วด้วยหาญ ด้วยแคะด้วยแรง หาคนจักเสมอมิได้
     
  • มีโวหารเปรียบเทียบได้ดี ทำให้เกิดภาพพจน์และมีจินตนาการ เช่น
              -  เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลาในนามีเข้า 
              -  น้ำตระพังโพยสีใสกินดีดั่งกินน้ำโขงเมื่อแล้ง 
              -  มีพระอัฎฐารศอันหนึ่งลุกยืน    (กล่าวถึงพระพุทธรูปยืน)
     
  • มีคำสัมผัส คล้องจอง
              -  ไพร่ฟ้าหน้าใส
              -  เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย

          จะเห็นว่าภาษาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั้น อ่านแล้วได้อรรถรสของถ้อยคำ เป็นภาษาไทยแท้ที่เขียนเป็นความสั้นๆ แต่ได้ใจความที่ลึกซึ้ง กินใจ ทำให้เกิดจินตนาการของผู้อ่านได้กว้างไกล เช่นท่อนหนึ่งบนศิลาจารึก กล่าวว่า  

"... เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลาในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลู่ทาง  เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า..."  

          นับเป็นวรรณคดีชิ้นที่ ๑ ที่สำคัญยิ่งในบรรดาวรรณคดีสุโขทัยทั้งหลายที่มีปรากฏให้เราเห็นในปัจจุบัน  

 
 

ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง