> พระราชประวัติ 
    .... พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์  
    .... พระนาม 
    .... ครองราชย์  
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
 > ปกิณกะ
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

พระนาม

          สำหรับพระนามของพ่อขุนรามคำแหงนั้น ท่านผู้รู้และผู้ศึกษาในศิลาจารึก ได้ระบุเอาไว้หลายพระนามด้วยกัน เช่นทรงพระนามว่า "ราม" บ้าง "เจ้าราม" บ้าง "รามราช" บ้าง "พระราม" บ้าง ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพระนามเดิมของพระองค์นั้นว่าอย่างไร  ทราบแต่เพียงว่าทรงได้รับการตั้งพระฉายานาม โดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ว่า "พระรามคำแหง" เนื่องจากทรงชนช้างชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด เมื่อพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา 
          หากพิจารณาในอีกด้านหนึ่ง 
                    คำว่า "ราม" ในบางความหมาย แปลว่า "กลาง" บางความหมาย แปลว่า "เล็ก" 
                    คำว่า "คำแหง" ความหมาย แปลว่า "ผู้กล้าแข็ง" หรือ "เก่งกาจ" 
          คำว่า "พระรามคำแหง" จึงอาจมีความหมาย แปลว่า "หนุ่มน้อยผู้มีความเก่งกล้า สามารถเป็นเลิศ" ก็อาจเป็นไปได้  ทั้งนี้เพราะพระองค์มีพระชนมายุเพียง ๑๙ พรรษาเท่านั้น ก็สามารถชนช้างชนะขุนสามชนได้แล้ว 
          หรืออีกนัยหนึ่ง คำว่า "พระรามคำแหง" อาจมีความหมาย แปลว่า "ลูกชายคนเล็กที่เก่งกล้า สามารถเป็นเลิศ" ก็อาจเป็นได้เช่นกัน 
 

การศึกษา

          พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่ใน "สำนักสุกกทันตฤษี" ณ เมืองละโว้ (ลพบุรี) พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ใส่ใจในการศึกษาเล่าเรียนเป็นอันมาก โดยเป็นศิษย์ร่วมพระอาจารย์เดียวกัน กับพญาเม็งราย เจ้าเมืองเชียงใหม่ และพญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยา ซึ่งเป็นพระสหายสนิท ขณะที่ทรงศึกษาร่วมกันนั้น พญางำเมืองเจริญพระชันษาได้ ๑๖ ปี 
 

 


ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง