> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
    .... ความสัมพันธ์  
    .... ศาสนประวัติ 
    .... ศาสนพิธี  
    .... ศาสนวัตถุสถาน  
    .... ศาสนธรรม  
    .... ทรงศีล ศรัทธา  
    .... พรหมวิหาร ๔   
    .... กตัญญู กตเวทิตา 
    .... คือพรหมของบุตร   
    .... ทศพิธราชธรรม  
 > ปกิณกะ 
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

ศาสนธรรม : พรหมวิหาร ๔ 

         พรหมวิหาร แปลว่า ธรรมอันเป็นที่อยู่ของพรหม   คำว่า พรหม แปลว่า ประเสริฐ เป็นอันได้ความว่าคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ เป็นคุณธรรมที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติให้เป็นผู้ประเสริฐ   สันนิษฐานได้โดยปริยายว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั้น พระองค์ทรงไว้ซึ่งพรหมวิหาร ๔ ตลอดเวลา ดังจะยกตัวอย่างประกอบพอสมควร 

๑.  เมตตา 
         หมายถึง ความรักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนทางกำลังใจหรือวัตถุก็ตาม 

          (๑) "เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่............."
          (๒) "คนใดขี่ช้างมาหา มาเมืองมาสู่ ช่วยเหนือเฟื้อกู้ มันบ่มีช้าง บ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงินบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่วยมันตวงเป็นบ้านเป็นเมือง............."

๒.  กรุณา 
         หมายถึง ความสงสาร ปรานี มีความประสงค์จะสงเคราะห์ให้พ้นทุกข์ ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เช่นกัน มุ่งที่จะสงเคราะห์คนและสัตว์ที่มีความทุกข์ ให้หมดทุกข์ ตามกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์ เท่าที่จะทำได้ แต่สิ่งที่จะนำมาสงเคราะห์นั้น จะต้องเป็นสิ่งที่ได้มาโดยชอบธรรม

          (๓) "ไพร่ฟ้าลูกเจ้าลูกขุน ผิแลผิดแผกแสกว้างกัน สวนดูแท้แล้จึงแล่งความแก่ข้าด้วยซื่อ............."
          (๔) "ได้ข้าเสือกข้าเสือหัวพุ่งหัวรบกันก็ดี บ่ฆ่าบ่ตี"

๓.  มุทิตา
         หมายถึง ความมีจิตชื่นบาน อ่อนโยน ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ด้วยความผ่องใสเหมือนดั่งตนเองเป็นผู้ได้รับ ไม่มีจิตริษยาเจือปน ไม่หวังผลตอบแทนด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น  แม้แต่คำว่าขอบใจ 

          (๕) "เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีเข้า เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่............."
          (๖) "เพื่อจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า"

๔.  อุเบกขา
         หมายถึง มีอารมณ์เป็นกลางวางเฉย ไม่เอียงซ้ายเอียงขวา แต่ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นอย่างไรก็เฉย กล่าวคือ ทรงความเป็นธรรม ไม่มีความลำเอียงต่อผู้ใดผู้หนึ่งที่จะต้องได้รับความทุกข์หรือความสุข  ด้วยอารมณ์ที่ประกอบไปด้วยความเมตตาปรานี พร้อมที่จะให้ความสงเคราะห์เสมอ เมื่อมีโอกาส 

          (๗) "ไพร่ฟ้าลูกเจ้าลูกขุน ผิแลผิดแผกแสกว้างกัน สวนดูแท้แล้จึงแล่งความแก่ข้าด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักมักผู้ซ่อน เห็นเข้าท่านบ่ใคร่พิน เห็นสินท่านบ่ใคร่เดือด"
          (๘) "ในปากประตูมีกระดิ่งอันหนึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปก กลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยความเจ็บท้องข้องใจ มันจักกล่าวถึงเจ้าขุนบ่ไร้ ไปลั่นกระดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองได้ยินเรียก เมื่อถามสวนความแก่มันด้วยซื่อ ไพร่ในเมืองสุโขทัยนี้จึ่งชม"

*********

 

ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง 
(๑),(๒),(๓),(๔),(๕),(๖),(๗) คำจารึกด้านที่ ๑  (๘) คำจารึกด้านที่ ๑ และ ๒