> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
    .... ความสัมพันธ์  
    .... ศาสนประวัติ 
    .... ศาสนพิธี  
    .... ศาสนวัตถุสถาน  
    .... ศาสนธรรม  
    .... ทรงศีล ศรัทธา  
    .... พรหมวิหาร ๔   
    .... กตัญญู กตเวทิตา 
    .... คือพรหมของบุตร   
    .... ทศพิธราชธรรม  
 > ปกิณกะ 
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

ศาสนธรรม : ทรงศีล ศรัทธา 

          (๑) "พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้หญิง ฝุงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน"
          () "....... ฝูงปู่ครู เถร มหาเถรขึ้นนั่งเหนือขดานหิน สูดธรรมแก่อุบาสกฝูงท่วยจำศีล" 

         ชาวสุโขทัย มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ต่างทรงศีลเมื่อเข้าพรรษา ในที่นี้ แสดงให้เห็นว่าชาวสุโขทัยนั้น เคารพในคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างยิ่ง คำว่าทรงศีลเมื่อพรรษา เทียบได้กับการถือบวชเข้าวัดฟังธรรม อย่างน้อยก็จัดเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่ง ที่ยึดถือปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอถ้วนหน้าในช่วงฤดูพรรษา  

ศีลบารมี  เป็นการรักษากายวาจาใจให้เรียบร้อย แม้ในศิลาจารึกจะมิได้ระบุเจาะจงว่าหมายถึงศีลในระดับใด แต่หากเป็นที่เข้าใจโดยทั่วไป ถึงคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พุทธศาสนิกชนผู้เป็นฆราวาสนั้น จะทรงศีล ๕ อยู่เป็นเบื้องต้น และทรงศีล ๘ ในวันธรรมสวนะ  ศีล  เป็นการป้องกันการเข้าสู่อบายภูมิ การปฏิบัติในศีลบารมีนี้ แสดงให้เห็นว่าชาวสุโขทัยจะต้องประกอบไปด้วยทานบารมี หรือแม้แต่อภัยทาน มีความเมตตา ตลอดจนความกรุณา อยู่เป็นพื้นฐาน  

*********

เนกขัมมบารมี  เนกขัมมะ เป็นการถือบวช ไม่ว่าจะเป็นการถือบวชโดยทั่วไป หรือถือบวชด้วยใจก็ตาม สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำกัลยาณชนผู้ถือบวชในระยะแรก ให้ระงับนิวรณ์ ๕ ประการ  ชาวสุโขทัยจึงน่าจะยึดถือเอาคำสั่งสอนมาปฏิบัติตามนั้น คือ  

๑.  ทำกำลังใจให้มีความเบื่อหน่าย เห็นโทษในกามคุณ ความพอใจใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสหรืออารมณ์ที่หมกมุ่นไปด้วยกามคุณ 
๒.  ระงับความโกรธ  ระงับความพยาบาท 
๓.  เมื่อระงับทั้ง ๒ ข้อที่ผ่านมาแล้ว ความง่วงจะเข้ามาครอบงำ ก็ต้องหาทางระงับความง่วงเสีย 
๔.  จากนั้นอารมณ์ใจของเราจะฟุ้งซ่าน ต้องหาทางระงับอาการฟุ้งซ่านของอารมณ์ 
๕.  ต้องไม่สงสัยในคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ จะต้องใช้ปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา ไม่ใช่ว่าฟังแล้วจะเชื่อเสียทีเดียว อันนี้พระพุทธองค์ไม่ทรงสรรเสริญ 

*********

ศรัทธา  คือ ความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ได้แก่การเชื่ออย่างมีเหตุผล ๔ อย่าง 

          ๑.  กรรมศรัทธา  เชื่อกรรม เช่น เชื่อว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
          ๒.  วิปากศรัทธา  เชื่อผลแห่งกรรม เช่น เชื่อว่าความดีเป็นผลของการทำดี ความชั่วเป็นผลของการทำชั่ว
          ๓.  กรรมสกตาศรัทธา  เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน เช่น เชื่อว่าคนจะดีหรือชั่วอยู่ที่การทำของตน
          ๔.  ตถาคตโพธิศรัทธา  เชื่อการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เช่น เชื่อว่าคำสอนของพระพุทธเจ้า มีเหตุผลสามารถพิสูจน์ได้

*********

          (๓) "ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง เมืองนี้ดี" 

ข้อความนี้กล่าวถึง "เทวดาพลี" คือ การบวงสรวงหรือการทำบุญอุทิศเทวดา นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของพลีกรรม ๕ ประการ คือ

          ๑.  ญาติพลี     สงเคราะห์ญาติ 
          ๒.  อติถิพลี     ต้อนรับแขก
          ๓.  ปุพพเปตพลี     ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย
          ๔.  ราชพลี     ถวายเป็นของหลวง มีการเสียภาษีอากรบำรุงประเทศชาติ
          ๕.  เทวตาพลี     ทำบุญอุทิศให้เทวดา

*********

          (๔) "๑๒๐๗ ศกปีกุน ให้ขุดเอาพระธาตุออก ทั้งหลายเห็นกระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน" 

ข้อความนี้กล่าวถึง "การบูชา" คือการแสดงความเคารพนับถือ 

          ๑. อามิสบูชา     การบูชาด้วยอามิส คือสิ่งของ
          ๒. ปฏิบัติบูชา     การบูชาด้วยการปฏิบัติตาม

********* 

 

ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง 
(๑) คำจารึกด้านที่ ๒, (๒), (๓) คำจารึกด้านที่ ๓, (๔) คำจารึกด้านที่ ๔