> พระราชประวัติ 
 > พระราชบิดาแห่งอักษรไทย
 > พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล 
 > ธรรมะในศิลาจารึก 
    .... ความสัมพันธ์  
    .... ศาสนประวัติ 
    .... ศาสนพิธี  
    .... ศาสนวัตถุสถาน  
    .... ศาสนธรรม  
    .... ทรงศีล ศรัทธา  
    .... พรหมวิหาร ๔
    .... กตัญญู กตเวทิตา 
    .... คือพรหมของบุตร 
    .... ทศพิธราชธรรม 
 > ปกิณกะ 
 > สัตยาธิษฐาน 

 > บรรณานุกรม 
 > คณะผู้จัดทำ 

 > หน้าแรก 

 

ศาสนธรรม    

          ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กล่าวถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไว้ทั้งโดยตรงและโดยปริยาย ที่กล่าวถึงโดยตรงนั้น ตัวอย่างได้แก่ ทาน ศีล ศรัทธาและการถือบวช   สำหรับส่วนกล่าวไว้โดยปริยายนั้น ตัวอย่างได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ปกครองราษฎรด้วยทศพิธราชธรรม ถือปฏิบัติในสังคหวัตถุ ๔ ทรงพรหมวิหาร ๔ ทรงบารมีทั้ง ๑๐ ประการ  ในช่วงเข้าพรรษา พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมด้วยบริวารทั้งหลาย จะพากันทรงศีลกันหมด  

          นอกจากนี้ ยังมีศาสนธรรมอีกหลายประการที่แฝงไว้ มิอาจนำมากล่าวได้หมด  ธรรมทั้งหลายนั้นล้วนแล้วแต่หล่อหลอม ผสมผสานเข้าหากันอย่างปริยาย เป็นธรรมชาติอันกลมกลืนในวิถีชีวิตของชาวสุโขทัย 

          (๑) "คนในเมืองสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน............."

ข้อความนี้กล่าวถึงธรรมะ ในหลายๆ ส่วน ในที่นี้จะนำมากล่าวถึงเป็นบางส่วนและสังเขปให้ทราบโดยย่อเท่านั้น 

ทานบารมี  เป็นการตัดความโลภ อันเป็นหนึ่งในกิเลส ๓ ประการ ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงสอนให้ตัดความโลภ ด้วยการให้ทาน เป็นการให้ทานเพื่อการสงเคราะห์อย่างเดียว ไม่ให้เพื่อหวังผลตอบแทน

ทานัง แปลว่า การให้ การยื่นซึ่งกันและกัน การสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน ด้วยวัตถุดิบและปัจจัย เป็นเหตุหนึ่งให้เกิดความรักความสามัคคี ความสามัคคีจะมีขึ้นได้ ต้องมีความรัก ความเห็นอกเห็นใจกันและกันเป็นเหตุ 

การให้ทานนี้ จัดเป็น ๓ ระดับ คือ

๑.  ทาสทาน    หมายถึง การที่เราให้ทาน เราให้ในสิ่งที่เลวกว่าของที่เรากินเราใช้ 
๒.  สหายทาน    หมายถึง การที่เราให้ทาน เราให้ในสิ่งที่เสมอกันกับของที่เรากินเราใช้   
๓.  สามีทาน    หมายถึง การที่เราให้ทาน เราให้ในสิ่งที่ดีกว่าของที่เรากินเราใช้ 

การให้ทาน มี ๒ ประเภท คือ

๑.  อามิสทาน    การให้สิ่งของที่เป็นประโยชน์แก่ผู้รับ โดยมิได้มีการแลกเปลี่ยน 
๒.  ธรรมทาน    การให้ความรู้เกี่ยวกับพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้คนอื่นทราบ รู้เข้าใจ 
     ละชั่ว ทำดี ทำให้มีจิตใจผ่องใส สิ้นกิเลส ซึ่งพระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่า
     การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง 

ทาน แบ่งตามผู้รับ มี ๒ ประการ คือ

๑.  ปาฏิปุคคลิกทานํ    การให้เจาะจงบุคคล เช่น ถวายอาหารแด่พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง
๒.  สงฺฆทานํ    การให้แก่หมู่คณะสงฆ์ หรือการให้เป็นส่วนรวม เช่น ถวายอาหารภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป     หรือถวายพระภิกษุรูปเดียว แต่ไม่เจาะจงว่าเป็นรูปนั้นรูปนี้ 

ทาน ยังเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งใน สังคหวัตถุ ๔  

สังคหวัตถุ ๔  คุณธรรมแห่งความรักความสามัคคี

๑.  ทาน    การให้ การเกื้อกูลซึ่งกันและกัน 
๒.  ปิยวาจา    ใช้วาจาอันเป็นที่รัก วาจาที่ดี
๓.  อัตถจริยา    ทำตนให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น คือการช่วยเหลือการงาน ในสิ่งอันไม่เกินวิสัย 
๔.  สมานัตตา    เป็นคนที่ไม่ถือตัว ไม่ถือตน ทำตนให้เสมอกันกับเพื่อน  

********* 

 

ธนกร ช่อไม้ทอง : เรียบเรียง 
(๑) คำจารึกด้านที่ ๒